บาหลี - บุโรพุทโธ 5 วัน 4 คืน |
| กำหนดการเดินทาง |
|
| วันที่ 4-8, 11-15, 18-22, 25-29 กันยายน 2553 |
26,999.- |
| วันที่ 9-13, 16-20 ตุลาคม 2553 |
26,999.- |
| วันที่ 21-25, 22-26, 23-27 ตุลาคม 2553 |
27,999.- |
| วันที่ 6-10, 13-17, 20-24, 27 พ.ย. – 1 ธ.ค. 2553 |
26,999.- |
| |
|
| อัตราค่าบริการ |
| เด็กอายุต่ำกว่า 12 ปี 1 ท่าน พักกับผู้ใหญ่ 1 ท่าน |
ราคาเต็ม |
| เด็กอายุต่ำกว่า 12 ปี พักกับผู้ใหญ่ 2 ท่าน มีเตียงเสริม ลดท่านละ |
1,000.- |
| เด็กอายุต่ำกว่า 12 ปี พักกับผู้ใหญ่ 2 ท่าน ไม่มีเตียงเสริม ลดท่านละ |
2,000.- |
| พักห้องเดี่ยวเพิ่มอีกท่านละ |
6,000.- |
| |
|
บาหลี - บุโรพุทโธ 5 วัน 4 คืน (GA) |
| วันแรก |
สนามบินสุวรรณภูมิ- กรุงเทพฯ - จาการ์ต้า - เดนพาซาร์ |
| 12.00 น. |
คณะพร้อม สนามบินสุวรรณภูมิ อาคารผู้โดยสารขาออก ชั้น 4 ประตู 4 เคาน์เตอร์ G สายการบินการ์รูด้าอินโดนีเซีย เจ้าหน้าที่คอยให้การต้อนรับและอำนวยความสะดวกให้ท่านก่อนขึ้นเครื่องพร้อมเดินทางไปกับคณะ เพื่อให้บริการตลอดรายการ |
| 14.00 น |
เหิรฟ้าสู่จาการ์ต้า โดยสายการบิน การ์รูด้า อินโดนีเซีย เที่ยวบินที่ GA 867 |
| 17.35 น. |
ถึงสนามบินจาการ์ต้า ** |
| 19.40 น. |
แวะเปลี่ยนเครื่องเพื่อเดินทางต่อสู่ เดนพาซาร์ เที่ยวบินที่ GA 416 |
| 22.25 น. |
เดินทางถึงท่าอากาศยานนานาชาติงูระห์ ไร เกาะบาหลี หลังผ่านพิธีการตรวจคนเข้าเมือง เมืองบาหลี ตั้งอยู่เกือบ กึ่งกลางของหมู่เกาะอินโดนีเซีย มีพื้นที่ประมาณ 5,620 ตารางกิโลเมตร ประชากรประมาณ 3 ล้านคน ท่าอากาศยานนานาชาติตั้งอยู่ที่เมืองบาดุง ทางตอนใต้สุดของเกาะ บาหลีเป็นเกาะเกาะหนึ่งของประเทศอินโดนีเซีย ที่มีความสวยงามด้วยธรรมชาติที่ผสมผสานกันอย่างลงตัวกับวัฒนธรรมที่ไม่เหมือนใคร ซึ่งได้สืบทอดต่อกันมาเป็นเวลานับพันปี มีแหล่งท่องเที่ยวทางวัฒนธรรมเป็นจำนวนมาก เช่น วัดและวัง ซึ่งมีความโดดเด่นทางสถาปัตยกรรม รวมถึงแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติ ชายหาดที่สวยงามและขาวสะอาด รวมทั้งผืนป่าที่มีความอุดมสมบูรณ์ และการดำเนินชีวิตของคนบาหลีด้วยวิธีการกสิกรรมแบบดั้งเดิม บาหลีกลายเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่ทั่วโลกรู้จัก |
| |
ที่พัก HARRIS RIVERVIEW KUTA RESORT HOTEL หรือเทียบเท่า (บริการท่านด้วยแซนด์วิชไก่ และน้ำดื่ม) |
| วันที่สอง |
บาร็อง แดนซ์ – หมู่บ้านคินตามานี ภูเขาไฟบาตูร์ –วัดตัมปะก์ซีริง – ตลาดปราบเซียน – วิหารตานะห์ ล็อต |
| เช้า |
บริการอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรมที่พัก |
| |
พร้อมรับอากาศบริสุทธิ์ที่แสนสดชื่นยามเช้าแรกของเมืองสวรรค์แห่งนี้ จากนั้นนำท่านเดินทางไปชมการแสดงศิลปวัฒนธรรมของบาหลี บาร็อง ด๊านซ์ (BARONG DANCE) เป็นเรื่องราวการต่อสู้ระหว่างความชั่วและความดี บาร็อง คือ ตัวแทน ฝ่ายธรรมะ เป็นสัตว์ในเทพนิยาย มีลักษณะเป็นตัวสิงโตผสมมังกรแสดงโดยผู้ชายสองคน ว่ากันว่าเคราของบาร็องมีอำนาจในการรักษาโรคต่าง ๆ ส่วนคู่ปรับของบาร็อง คือ รังดา ราชินีแห่งนรก ซึ่งชาวบาหลีรู้สึกหวาดกลัวและให้ความเคารพพอ ๆ กัน ตามบทละครบาร็องไม่สามารถปราบรังดาได้อย่างราบคาบ เพราะจะต้องมีการถ่วงดุลระหว่างความดีและความชั่วเสมอ สำหรับชาวบาหลีการแสดงชุดนี้คือภาพสะท้อนการต่อสู้ของชีวิต … จากนั้นนำท่านเดินทางขึ้นสู่หมู่บ้านคินตามานี ที่มีอากาศเย็นสบายตลอดทั้งปี |
| กลางวัน |
บริการกลางวัน ณ ภัตตาคาร ท่ามกลางวิวทิวทัศน์อันงดงามของภูเขาไฟบาร์ตูร์ ซึ่งอยู่บริเวณหมู่บ้านคินตามานี |
| |
ตั้งอยู่บนระดับความสูง 1,717 เมตร และเป็นหนึ่งในอาณาจักรยุคต้น ๆ ภูเขาไฟกูนุง฿บาร์ตูร์นี้ เป็นหุบเขาที่งดงาม มีหมอกปกคลุมอย่างสวยงาม บริเวณนี้จะมีอากาศเย็นตลอดทั้งปี ใกล้กับภูเขาไฟ คือ ทะเลสาบบาร์ตูร์ เป็นทะเลสาบซึ่งเกิดจากการยุบตัวของ ภูเขาไฟดาเนา บาร์ตูร์ ซึ่งมีขนาดใหญ่ที่สุดและตั้งอยู่บนหลุมปล่องภูเขาไฟที่ยังคุกรุ่น นำท่านสู่ วัดเตียร์ตา อัมปีล (TIRTA EMPUL TEMPLE) วัดน้ำพุศักดิ์สิทธิ์ ซึ่งคนไทยมักจะเรียกกันว่า วัดตัมปะก์ซีริง (TEMPAK SILING) วัดแห่งนี้ตั้งอยู่ในบริเวณหมู่บ้านตัมปะก์ซีริง ตามตำนานเล่าว่า เกอโบ อีวา มหาเสนาบดีผู้ยิ่งใหญ่ของเบอดูลูใช้เวทมนต์แกะสลักอนุสรณ์สถานในชั่วคืนด้วยเล็บมือตน สิ่งปลูกสร้างนี้คืออนุสรณ์สถานแห่งราชวงศ์วาร์มาเดวา ประ เพณีปลงพระศพของราชวงศ์ (ซึ่งจะทำให้กษัตริย์ ราชินี และนางสนมผู้วายชนม์กลายเป็นเทพเจ้า) ภายในวัดท่านจะได้พบกับ บ่อน้ำศักดิ์สิทธิ์ ซึ่งปัจจุบันนี้ยังมีน้ำผุดขึ้นมาตลอดเวลา เชื่อกันว่าพระอินทร์ทรงสร้างขึ้นตอนที่เจาะพื้นพิภพเพื่อสร้างบ่อน้ำอมฤตชุบชีวิตนักรบของพระองค์ สถานที่แห่งนี้ถูกสร้างขึ้นราวศตวรรษที่ 10 ว่ากันว่าน้ำในสระมีอำนาจในการรักษาโรคภัยต่างๆ จึงได้มีการต่อท่อออกมาลงในบ่อ ที่ชาวบาหลีนิยมมาชำระร่างกายให้บริสุทธิ์ หลังจากถวายเครื่องบัดพลีแก่เทพเจ้าแห่งสระน้ำแล้ว หญิงและชายจะแยกไปอาบน้ำกันคนละด้าน แม้น้ำจะมาจากแหล่งเดียวกันแต่จะมีท่อแยกเพื่อประกอบพิธีกรรมต่างกันไป ท่านสามารถผ่านชมบ้านพักของอดีตประธานาธิบดีอินโดนีเซีย ที่ตั้งอยู่บนเขาใกล้ๆ ตัววิหาร จากนั้นอิสระให้เวลาท่านได้เลือกซื้อสินค้าพื้นเมืองราคาถูกมากมายเช่น ผ้าพันคอ ผ้าโสร่งพื้นเมือง กระเป๋าหนัง ตุ๊กตาไม้แกะสลัก พวงกุญแจ ฯลฯ ที่ “ตลาดปราบเซียน” สมควรแก่เวลา นำท่านเดินทางกลับสู่ตัวเมือง ระหว่างทางท่านจะได้พบเห็นชีวิตชาวบาหลีในชนบทตลอดสองข้างทางที่รถแล่นผ่าน ประทับใจไปกับชีวิตความเป็นอยู่ที่เรียบง่ายเหมือนเช่นอดีตตลอดสองข้างทาง นำท่านเดินทางสู่จุดชมวิวที่งดงามที่สุดของเกาะบาหลี ที่ วิหารตานะห์ ล็อต วัดแห่งนี้ตั้งอยู่เหนือผืนดินบนแท่นหินซึ่งเกิดจากการถูกคลื่นกัดเซาะ หอสีดำและเถาไม้เลื้อยเหนือหน้าผาของตานะห์ ล็อต ชวนให้ระลึกถึงภาพ วาดอันประณีตของจีน คูหาที่รายรอบวัดคือที่อาศัยของงูศักดิ์สิทธิ์ ซึ่งอยู่อย่างสันโดษโดยไม่ถูกรบกวน อนุญาตให้เข้าไปข้างในได้เฉพาะผู้มาสักการะเท่านั้น แต่นักท่องเที่ยวสามารถขึ้นชมทัศนียภาพที่งามจับตายามอาทิตย์ลับขอบฟ้าได้บนเขาลูกใกล้กัน ตานะห์ล็อต สร้างโดย ดังห์ยัง นิราร์ตา พระสมัยศตวรรษที่ 16 ซึ่งมองเห็นแสงสว่างวาบขึ้นที่จุด ๆ หนึ่งบนฝั่งตะวันตกจึงเดินทางไปที่ดังกล่าวเพื่อทำสมาธิสาวกของผู้นำทางจิตวิญญาณ ในท้องถิ่นรู้สึกประทับใจจึงมาศึกษาศาสนากับท่าน สร้างความขุ่นเคืองแก่นักบวชในท้องถิ่นอย่างมากจึงท้าทายนิราร์ตา แต่ท่านยังคงถือขันติและย้ายที่บำเพ็ญเพียรไปยังมหาสมุทร สถานที่แห่งนี้จึงเป็นที่รู้จักในนาม ตานะห์ล็อต หรือ“ดินแดนในทะเล” |
| ค่ำ |
บริการอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร ณ ชายหาดจิมบาลัน ( JINBALAN BEACH) บริการท่านด้วยอาหารทะเล ท่านกลางบรรยากาศอันแสนโรแมนติก ยามพระอาทิตย์ตกดิน |
| |
ที่พัก HARRIS RIVERVIEW KUTA RESORT HOTEL หรือเทียบเท่า |
| วันที่สาม |
เบดูกัลป์ – ทะเลสาบบราตัน –วัดอูลันดานู – MONKEY FOREST– ช้อปปิ้งคูต้าเซ็นเตอร์ - เดนพาซาร์ |
| เช้า |
บริการอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรมที่พัก |
| |
นำท่านสู่ วัดเม็งวี (วัด ตามัน อายุน) ที่วัดแห่งนี้เคยเป็นศูนย์กลางของอาณาจักรเรืองอำนาจ นับย้อนถึงสมัยราชวงศ์เกลเกล จนถึงปี 1891 สร้างในศตวรรษที่ 17 มีคูเมืองล้อมรอบเป็นที่เก็บดวงวิญญาณของ 3 ภพ 3 โลกสวยงามมากนำท่านเดินทางสู่เทือกเขาที่มีอากาศหนาวเย็นตลอดปี “เทือกเขา เบดูกัล” ผ่านชมไร่ผัก, ผลไม้เมืองหนาว และหมู่บ้าน ที่สวยงามที่ตั้งอยู่บนเทือกเขา ชมสวนดอกไม้นานาชาติ นำท่านชม ปุรา อูลัน ดานู บราตัน (Pura Ulun Danu Bratan) หรือเรียกสั้นๆ ว่า วัดอูลัน ดานู บราตัน ที่อยู่ในระดับความสูง 4,300 ฟุต จากระดับน้ำทะเล ตั้งอยู่บริเวณกลางน้ำริมทะเลสาบบราตัน มีฉากหลังเป็นภูเขาไฟสูงทะมึน บางช่วงถูกคั่นด้วยปุยเมฆสีขาว วัดนี้สร้างตั้งแต่สมัยศตวรรษที่ 17 เพื่อใช้ทำพิธีทางศาสนาพุทธและฮินดู รวมทั้งอุทิศแด่เทวี ดานู เทพย แห่งสายน้ำ ไม่สามารถเดินข้ามไปยังวัดได้ มีลักษณะเด่นตรงศาลา ซึ่งมีหลังคาทรงสูงที่รียกว่าเมรุ มุงด้วยฟางซ้อนกันถึง 11 ชั้น สวยงามมาก ท่านจะได้สัมผัสกับอากาศหนาวเย็นตลอดทั้งปี วัดแห่งนี้ตั้งอยู่ริม ทะเลสาบบราตัน (Lake Bratan) เป็นทะเลสาบที่มีมนต์ขลัง ฉากหลังคือทุ่งนาขั้นบันไดที่ค่อย ๆ ลาดต่ำลง เป็นทะเลสาบที่มีชื่อเสียง ซึ่งมีรีสอร์ทให้นักท่องเที่ยวที่ต้องการธรรมชาติแบบทุ่งหญ้า ท้องนา และภูเขาได้เข้าพักด้วย ในตอนเช้าหากปราศจากหมอกจะได้เห็นวิวที่สวยงามของยอดเขาคินตามณี (Kintamani) เมาต์อากุง (Mount Angung) เรื่อยไปจนถึงทางทิศตะวันออกนอก จากนี้ยังเป็นศูนย์รวมกิจกรรมทางน้ำสร้างความตื่นเต้น เช่น สกีน้ำ การล่องเรือ ระหว่างทางให้ท่านได้พบกับ MONKEY LAND ซึ่งท่านจะได้พบกับความน่ารักของบรรดาลิงน้อย ใหญ่ต่าง ๆ พร้อมบรรยากาศธรรมชาติที่แสนบริสุทธิ์ |
| กลางวัน |
บริการอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร |
| |
นำท่านเดินทางกลับสู่แหล่งช้อปปิ้งย่าน คูต้า เซนเตอร์ เพื่อให้ท่านได้ช็อปปิ้งอย่างจุใจกับสินค้าแบรนด์เนมทั้งหลาย อาทิเช่น ROXY, VERSACE, POLO, ARMANI และอื่น ๆ อีกมากมาย ในราคาที่คุณพอใจ ได้เวลาสมควร นำท่านเดินทางสู่สนามบิน |
| 19.00 น. |
้เหิรฟ้าสู่เมืองย็อกยาการ์ตา (YOGYAKARTA) โดยสายการบิน การ์รูด้า อินโดนีเซีย แอร์ไลน์ โดยเที่ยวบินที่ GA 255 |
| 19.15 น. |
ถึงสนามบินยอร์คยาการ์ต้า “ย็อกยาการ์ตา” เป็นเมืองแห่งประวัติศาสตร์ มีประชากรอาศัยอยู่ประมาณ 11 ล้านคน พรั่งพร้อมด้วยเสน่ห์ทางวัฒนธรรมหลายประการ เช่น ความเงียบสงบของวัดพุทธและฮินดูที่งดงาม (จากศตวรรษที่ 8, 9 และ 10) ซึ่งสามารถพบเห็นได้ในบริเวณตัวเมือง และเป็นที่สืบทอดของท่วงทำนองเสนาะของ กาเมลัน (ดนตรีกาเมลัน คือ ดนตรีที่ให้ความรู้สึกโอ่อ่าและลึกลับ แต่งขึ้นเพื่อเล่นในหอดนตรีในบ้านเรือนขุนนาง ประกอบ ด้วยเครื่องดนตรี 5 ถึง 40 ชนิด) |
| ค่ำ |
บริการอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร |
| |
ที่พัก JOGYAKARTA PLAZA HOTEL หรือ เทียบเท่า |
| วันที่สี่ |
พระราชวังสุลต่าน – พระราชวังน้ำ (Water Palace) – วัดพราหมนันต์ – บุโรพุทโธ – ศูนย์ผ้าบาติก – ศูนย์เครื่องเงิน – ถนนมาลิโอโบโร่ |
| เช้า |
บริการอาหารเช้า ณ ห้องอาหารภายในโรงแรมที่พัก นำท่านไปชม “Kraton Yogyakarta” หรือ “พระราชวังสุลต่าน” ที่เต็มไปด้วยสิ่งของล้ำค่า ในวังและเครื่องใช้ต่างก่อนที่กษัตริย์องค์สุดท้ายจะลี้ภัยและเปลี่ยนการปกครอง ชมวังเมกะลัง และเครื่องบรรณาการต่างๆ และห้องเก็บโบราณวัตถุและสิ่งล้ำค่าสมัยก่อน ประวัติต่างๆ ที่มีความเป็นมาน่าศึกษาและมีค่าของอารยะธรรมชวา จากนั้นนำท่านชม พระราชวังน้ำ (Water Palace) เป็นสถานที่พักผ่อนของสุลต่าน ภายในมีสระขนาดใหญ่ เพื่อให้สาวสรรกำนัลในว่ายน้ำเล่นเบิกบานสำราญใจ โดยมีอาคารที่ประทับของสุลต่านอยู่ใกล้ๆ สามารถมองเห็นสาวๆ ในสระได้อย่างชัดเจน ส่วนสระว่ายน้ำของมเหสี และธิดาของสุลต่านจะแยกออกไปต่างหากโดยรอบๆ จะเป็นสวนขนาดใหญ่ที่ยังคงความสวยงาม จากนั้นนำท่านชม วัดพราห์มนันต์ ได้รับการยกย่องเป็นมรดกโลกจาก UNESCO ในปี 1991 บุโรพุทโธ หมู่วิหารแห่งปรัมบานันของฮินดู สร้างเสร็จราวปี 856 เพื่อฉลองชัยชนะของระไก ปีกาตัน(ทายาทผู้สืบทอดราชวงศ์สันชัย) ลานตรงกลางของโบราณสถานแห่งนี้มีสิ่งปลูกสร้างแปดหลัง หลังใหญ่สุดสามหลังเรียงจากเหนือจรดใต้คือ จันดี ศิวะ มหาเทวา สูง 47 เมตร ขนาบข้างด้วยวิหารขนาดเล็กกว่า คือจันดี วิษณุ(ทางเหนือ) และ จันดี พรหมมา (ทางใต้) ฝั่งตรงข้ามทางตะวันออกคือวิหารเล็ก ๆ ที่ครั้งหนึ่งเคยบรรจุ “พาหนะทรง” ของเทพเจ้าแต่ละองค์ เช่นวัวของพระศิวะ(นนที) หงส์ของพระพรหม(ฮัสมา) และครุฑของพระวิษณุ ปัจจุบันเหลือแต่ นนที ใกล้ประตูทางเหนือและใต้ของพื้นที่ส่วนกลาง ซึ่งมีกำแพงล้อมรอบคือวิหารราชสำนักสองหลังซึ่งมีกำแพงล้อมรอบคือวิหารราชสำนักสองหลัง ซึ่งมีลักษณะเหมือนกัน สูงราว 16 เมตร จันดี ศิวะ มหาเทวาองค์ใหญ่สุดเพื่อถวายแด่พระศิวะ มีอีกชื่อหนึ่งคือ รอรอ จองกรัง (หญิงสาวร่างอรชร) หมายถึงหมู่วิหารทั้งหมด ตำนานท้องถิ่นกล่าวว่ารอรอ จองกรังเป็นเจ้าหญิงที่ถูกสาปโดยคู่หมายที่ไม่ได้รักกัน นางขอให้ฝ่ายชายสร้างวัดให้เสร็จในหนึ่งคืน และทำลายผลงานที่เกือบเสร็จสิ้นของเขาด้วยการตำข้าวกระเดื่องก่อนเวลา ซึ่งเป็นสัญญาณของเช้าวันใหม่ เมื่อรู้ว่าถูกหลอกฝ่ายชายโกรธมากและสาปให้นางเป็นหิน ตามตำนานหญิงสาวยังคงอยู่ที่นี่ในหอเหนือของวิหารในรูปสลักของนางทุรคาชายาของพระศิวะ ในหออีกสามหลังมีรูปสลักของอกัสตียะ “พระอาจารย์ของเทพเจ้า” หันหน้าไปทางใต้ พระคเณศ โอรสแห่งพระศิวะมีเศียรเป็นช้าง หันไปทางตะวันตก และพระศิวะสูง 3 เมตร (หอกลาง หันทางตะวันออก) |
| กลางวัน |
บริการอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร
นำท่านเดินทางเข้าสู่ มหาเจดีย์บุโรพุทโธ (BOROBUDUR) เป็นสถูปขนาดใหญ่ซึ่งได้ชื่อว่าเป็นพุทธสถานที่ใหญ่ที่สุดในโลกนี้ สร้างขึ้นในสมัยราชวงศ์ไสเลนทราในชวากลางเมื่อราว ปี 778 – 856 หรือก่อนนครวัด 300 ปี และก่อนโบสถ์นอตเตรอะดามในฝรั่งเศส 200 ปี และได้รับการยกย่องเป็นมรดกโลกจาก UNESCO ในปี 1991 บุโรพุทโธ มีลักษณะเป็นรูปวงกลมล้อมรอบด้วยจัตุรัส (หรือรูปทรงเรขาคณิตที่ช่วยกำหนดจิตขณะทำสมาธิ) หากมองจากพื้นดินในระยะไกล บุโรพุทโธ คือสถูป ซึ่งเป็นรูปแบบของจักรวาลที่มีส่วนประกอบในแนวตั้งสามส่วนด้วยกันคือ ฐานสี่เหลี่ยมจัตุรัสของรับองค์สถูปและยอดฉัตร ถ้าเดินตามเส้นทางแสวงบุญเก่าแก่จากทางตะวันออก ก้าวขึ้นอนุสรณ์สถานที่ลดหลั่นเป็นชั้น ๆ และมีเฉลียงรอบ เดินวนรอบเฉลียงตามเข็มนาฬิกา จะเห็นว่ารูปนูนแกะสลักและรูปปั้นทุกชั้นล้วนเป็นส่วนสำคัญขององค์รวม บุโรพุทธมีทั้งหมดสิบชั้น แทนภพทั้งสามของจักรวาลตามความเชื่อของพุทธศาสนานิกายมหายาน คือ กามภพ (ภพต่ำสุด)รูปภพ (ภพกลาง) และอรูปภพ (ภพสูงสุด) รูปนูนแกะสลักชั้นล่างสุด แสดงให้เห็นถึงความปีติของโลกนี้และการถูกทำโทษ นำท่านเดินทางสู่ ศูนย์ผ้าบาติก ท่านจะได้ทราบถึงกระบวนการผลิต รูปแบบ และสีสันของผ้า ซึ่งมีความแตกต่างจากผ้าบาติกทั่วไป จากนั้นนำท่านสู่ ศูนย์เครื่องเงิน ท่านจะได้ชมการสาธิตการทำเครื่องเงิน โดยช่างฝีมือที่ประณีต |
| ค่ำ |
บริการอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร
นำท่านไปชม ถนนสายวัฒนธรรม มาลิโอโบโร่ ซึ่งจำหน่ายสินค้าหัตถกรรมต่างๆเช่นเครื่องจักรสาน ภาพวาด ผ้าบาติก กล่าวได้ว่าเป็นแหล่งรวมงานศิลปะต่างๆ ที่ใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่ง เราจะมีโอกาสได้ศึกษาชีวิตความเป็นอยู่ของคนชวาอีกด้วย |
| |
ที่พัก YOGYAKARTA PLAZA HOTEL หรือ เทียบเท่า |
| วันที่ห้า |
ยอร์คยาการ์ต้า – กรุงเทพฯ |
| 06.00 น. |
นำท่านเดินทางสู่สนามบิน |
| 06.00 น. |
เหิรฟ้าจากยอร์คยาการ์ต้า โดยสายการบินการูด้า อินโดนีเซีย สู่กรุงเทพ (แวะต่อเครื่องที่จาการ์ต้า) เที่ยวบินที่ GA 201 |
| 07.05 น. |
ถึงสนามบินจาการ์ต้า |
| 09.30 น. |
ออกเดินทางจากจาการ์ต้า โดยเที่ยวบินที่ GA 866 |
| 13.00 น. |
ถึงสนามบินสุวรรณภูมิ กรุงเทพฯ โดยสวัสดิภาพ |
| |
|