สุราบายา-ภูเขาไฟโบรโม่ 4 วัน (GA) |
| กำหนดการเดินทาง |
|
วันที่ 2-5, 16-19, 23-26 กันยายน 2553
วันที่ 7-10, 14-17, 28-31 ตุลาคม 2553
|
20,999.- |
| วันที่ 21-24, 22-25, 23-26, 24-27 ตุลาคม 2553 |
21,999.- |
| วันที่ 4-7, 11-14, 18-21, 25-28 พฤศจิกายน 2553 |
20,999.- |
| |
| |
| อัตราค่าบริการ |
| เด็กอายุต่ำกว่า 12 ปี 1 ท่าน พักกับผู้ใหญ่ 1 ท่าน |
ราคาเต็ม |
| เด็กอายุต่ำกว่า 12 ปี พักกับผู้ใหญ่ 2 ท่าน มีเตียงเสริม ลดท่านละ |
1,000.- |
| เด็กอายุต่ำกว่า 12 ปี พักกับผู้ใหญ่ 2 ท่าน ไม่มีเตียงเสริม ลดท่านละ |
2,000.- |
| พักห้องเดี่ยวเพิ่มอีกท่านละ |
5,500.- |
| |
|
สุราบายา-ภูเขาไฟโบรโม่ 4 วัน (GA)
อัศจรรย์ความงามโดยธรรมชาติสร้างขึ้น
โบรโม่ลมหายใจแห่งเกาะชวา
อลังการกับ...ปากปล่องภูเขาไฟ...
ชมวิวที่ยอดเขาพินาจากัน
|
| |
| วันแรก |
กรุงเทพ – จาการ์ตา – สุราบายา |
| 12.00 น. |
คณะพร้อมกันที่ สนามบินสุวรรณภูมิอาคารผู้โดยสารขาออก ชั้น 4 ประตู 4 เคาน์เตอร์ G สายการบินการ์รูด้าอินโดนีเซีย เจ้าหน้าที่คอยให้การต้อนรับและอำนวยความสะดวกให้ท่านก่อนขึ้นเครื่องพร้อมเดินทางไปกับคณะ เพื่อให้บริการตลอดรายการ |
| 14.00 น |
เหิรฟ้าสู่จาก้าตาร์ โดยสายการบิน การ์รูด้าอินโดนีเซีย เที่ยวบินที่ GA 867 |
| 17.35 น. |
ถึงสนามบินจาการ์ตา เพื่อแวะเปลี่ยนเครื่อง |
| 20.00 น. |
แวะเปลี่ยนเครื่องเพื่อเดินทางต่อสู่ สุราบายา เที่ยวบินที่ GA 330 |
| 21.20 น. |
เดินทางถึงท่าอากาศยาน สุราบายา (Surabaya) |
| |
สุราบายา (Surabaya) เป็นเมืองที่มีความสำคัญสูงสุด ของจังหวัดชวาตะวันออก คู่กับเมืองจาการ์ต้า เมืองหลวงของอินโดนีเซีย ซึ่งตั้งอยู่ทางทิศตะวันตกของเกาะชวา มีเนื้อที่ 331 ตารางกิโลเมตร แบ่งการปกครองออกเป็น 33 เขต 163 แขวง “สุราบายา” ได้ชื่อว่าเมืองแห่งวีระชน เนื่องจากในอดีตชาวสุราบายาได้ต่อสู้ต่อข้าศึกปกป้องแผ่นดินมาโดยตลอด สุราบายาประกอบด้วยคนหลายเชื้อชาติ ทำให้มีความหลากหลายทางศาสนา ทั้งศาสนาพุทธ คริสต์ และอิสลาม โดยมีประชากรอาศัยอยู่ในสุราบายาประมาณ 2.6 ล้านคน และเพิ่มเป็น 3 ล้านคนในช่วงกลางวัน เพราะมีคนจากชนบทและเมืองใกล้เคียงเข้ามาทำธุระในสุราบายา สุราบายา เป็นเมืองที่ใหญ่เป็นอันดับสองของอินโดนีเซีย และเป็นท่าเรือที่สำคัญของชวาตะวันออก |
| |
ที่พัก SURABAYA PLAZA HOTEL หรือเทียบเท่า (ระดับ 4 ดาว) |
| วันที่สอง |
โรงงานผลิตซิการ์ - อนุสรณ์สถานเรือดำน้ำ - โบรโม่ |
| เช้า |
บริการอาหารเช้า ณ ห้องอาหารโรงแรม |
| |
นำท่านเยี่ยมชม สถานที่บ่มใบยาสูบและม้วนใบยาสูบเป็นซิการ์ SAMPOERNA HOUSE (CIGARETTE MUSEUM) ที่มีชื่อเสียงที่สุดของเกาะชวา ให้ท่านได้ลองมวนใบยาสูบทำเป็นซิการ์ จากฝีมือของท่านเองโดยที่ท่านไม่ต้องไปถึงแมกซิโกหรือบราซิล นำท่านเยี่ยมชม “อนุสรณ์สถานเรือดำน้ำ” เป็นเรือดำน้ำที่สั่งต่อมาจากรัสเซีย เคยประจำการในกองทัพเรืออินโดนีเซียจนถึง ค.ศ.1991 ก็ปลดระวาง แล้วจึงนำมาสร้างเป็นอนุสาวรีย์ตั้งในเมืองสุราบายา |
| กลางวัน |
บริการอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร หลังอาหารนำท่านเดินทางออกจากตัวเมือง มุ่งหน้าสู่เมืองโตสารี ดินแดนแห่งภูเขาไฟ ผ่านหมู่บ้านต่างๆ ให้ท่านได้สัมผัสวิถีชีวิต และวัฒนธรรมชนพื้นเมืองตลอดเส้นทาง นำท่านเข้าสู่ที่พัก เพื่อพักผ่อนจากการเดินทางอันแสนเหนื่อยล้า รอรับรุ่งอรุณอันแสนประทับใจกับ ภูเขาไฟโบรโม่ ลมหายใจแห่งเกาะชวา |
| ค่ำ |
บริการอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร |
| |
ที่พัก BROMO COTTAGE หรือเทียบเท่า (ระดับ 3 ดาว) |
| วันที่สาม |
ภูเขาไฟโบรโม่–โรงงานผลิตเครื่องหนัง–สุราบายา–ไชน่าทาวน์-วัดจีน Hong Tiek Hian Temple |
| 03.00 น. |
รุ่งอรุณ รับวันใหม่ นำท่านออกเดินทางด้วยรถจี๊ป 4x4 ขึ้นไปสู่จุดชมวิว ของ ภูเขาไฟโบรโม่ ที่ ยอดเขาพีนาจากัน ที่มีความสูง 2700 เมตร เป็นจุดชมวิวที่มีชื่อเสียงที่สุด สามารถเห็นภาพที่งดงาม และน่าตื่นเต้น เมื่อยามพระอาทิตย์ขึ้น แสงแรกของดวงสุริยันกระทบยอดเขาปากปล่องภูเขาไฟ ใกล้พอที่จะเห็นลมหายใจของโบรโม่ วิวที่เรียงรายกันของภูเขาไฟในมุมสูง ท่านจะได้ชมความงดงามของภูเขาไฟตั้งแต่ปล่องภูเขาไฟ โบรโม่จนถึง เขาลูกใหญ่ที่เห็นอยู่ไกลๆ คือเขา “ซีเมรุ” (Gunung Semeru) หรือ “เขาพระสุเมรุ” ภูเขาอันศักดิ์สิทธิ์ที่สุดและสูงที่สุดบนเกาะชวา ภูเขาไฟ ซีเมรุ (เลียนชื่อมาจาก เขาพระสูเมรู ของ ฮินดู) ซึ่งยังคงปล่อยควันออกมาเป็นระยะๆ เป็นวิวที่สวยงามขนาดที่ฝรั่งเค้าว่าลืมหายใจเลยทีเดียว หลังจากนั้นก็ใช้รถจี๊บคันเดิมลงจากยอดเขาพีนาจากัน ลงไปในแอ่งทะเลทราย ของปล่องภูเขาไฟโบรโม่ จนถึงปากปล่องภูเขาไฟ ที่พ่นควันขาวออกมา นำท่านเปลี่ยนเป็นนั่งม้าสู่ปากปล่องภูเขาไฟโบรโม่ (ไม่รวมค่านั่งม้า 60,000 RP ต่อท่าน หรือประมาณ 200 บาท) ให้เวลาทุกท่านได้ เก็บภาพถ่ายความประทับใจกันอย่างเต็มที่ ได้เวลานำท่านเดินทางกลับสู่ที่พัก |
| เช้า |
บริการอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรมที่พัก ให้ทุกท่านได้พักผ่อนกันอย่างเต็มที่ ได้เวลาอันควร นำท่านเดินทางกลับสู่เมืองสุราบายา (ใช้เวลาเดินทางประมาณ 4 ชั่วโมง) |
| 12.00 น. |
บริการอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร ระหว่างทางให้ท่านได้แวะชม และเลือกซื้อผลิตภัณฑ์เครื่องหนัง ณ โรงงานผลิตเครื่องหนัง TANGGULANGIN LEATHER INDUSTRY ที่มีคุณภาพแห่งหนึ่งของเกาะชวา เดินทางถึงเมืองสุราบายา นำท่านสู่ย่าน ไชน่า ทาวน์ ซึ่งเป็นย่านพื้นเมืองเก่า มีตึกเก่าสมัยฮอลันดาหลายตึก มีความสวยแปลกตาไปจากตึกอื่นๆ ที่อยู่รอบๆ บริเวณนี้ นำท่านชมวัดจีนที่เก่าแก่ที่สุดในสุราบายา HONG TIEK HIAN TEMPLE ซึ่งตั้งอยู่ในบริเวณไชน่าทาวน์ วัดนี้สร้างโดยทหารกล้าของจักรพรรด์กุบไลข่าน ในสมัยราชอาณาจักรมัชปาหิต (Majapahit Kingdom) นำท่านสู่ ร้านจำหน่ายสินค้าพื้นเมือง “Mirota Shop” ซึ่งได้รวบรวมสินค้าพื้นเมืองที่มีคุณภาพทุกชนิดที่ผลิตในเกาะชวา เพื่อให้ท่านได้เลือกซื้อของฝากอย่างจุใจ |
| ค่ำ |
บริการอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร |
| |
ที่พัก SURABAYA PLAZA HOTEL หรือเทียบเท่า (ระดับ 4 ดาว) |
| วันที่สี่ |
สุราบายา–จาการ์ต้า-กรุงเทพฯ |
| 06.00 น. |
บริการอาหารเช้า ณ ห้องอาหาร ของโรงแรมที่พัก |
| 06.00 น. |
นำท่านเดินทางสู่สนามบิน |
| 07.00 น. |
เหิรฟ้าโดยสายการบินการูด้า อินโดนีเซีย เที่ยวบินที่ GA305 (แวะต่อเครื่องที่จาการ์ต้า) |
| 08.20 น. |
ถึงสนามบินจาการ์ต้า |
| 13.00 น. |
ถึงสนามบินสุวรรณภูมิ กรุงเทพฯ โดยสวัสดิภาพ |
| |
|
| อัตราค่าบริการนี้รวม |
| |
| ค่าตั๋วเครื่องบินไปกลับ (ตั๋วกรุ๊ป) และค่าภาษีสนามบิน / ค่าที่พัก 2 ท่านต่อ 1 ห้องคู่ / ค่ารถโค้ชปรับอากาศท่องเที่ยวตามโปรแกรม / ค่าอาหารทุกมื้อที่ระบุในรายการ / ค่าบัตรเข้าชมสถานที่ท่องเที่ยวตามรายการ / ค่าธรรมเนียมสัมภาระที่ฝากขึ้นเครื่องท่านละ 1 ชิ้นที่น้ำหนักไม่เกิน 20 กก. / บริษัทได้ทำประกันอุบัติเหตุให้กับลูกค้าในวงเงิน 1,000,000 บาท (เงื่อนไขตามกรมธรรม์) / มัคคุเทศก์บริการตลอดการเดินทาง |
| |
| อัตราค่าบริการนี้ไม่รวม |
| |
ค่าใช้จ่ายส่วนตัวต่างๆ เช่น ค่าโทรศัพท์ ค่าอาหาร ค่าเครื่องดื่มนอกรายการ/ ค่าทำเอกสารของผู้ถือต่างด้าว / ค่าวีซ่าที่มีค่าธรรมเนียมแพงกว่าหนังสือเดินทางไทย / ค่าน้ำหนักสัมภาระที่เกินพิกัด / ค่าทิปไกด์ และคนรถท้องถิ่น 3 US ต่อคน , ต่อวัน / ค่าภาษีมูลค่าเพิ่ม 7% และค่าภาษีหัก ณ ที่จ่าย 3% (ถ้าต้องการ) / ในกรณีค่าธรรมเนียมเชื้อเพลิง และภาษีน้ำมันมีการปรับขึ้นผู้โดยสารจะต้องชำระเพิ่มเติม |
| |
| วิธีการจองทัวร์ |
| |
1. มัดจำท่านละ 5,000.- บาท โอนเงินแล้ว ส่งแฟกซ์มาที่ 02 - 539 - 2695
2. เงินส่วนที่เหลือ โอนเงินก่อนการเดินทางประมาณ 15 วัน |
| |
| หมายเหตุ |
บริษัทฯ มีสิทธิ์ที่จะเปลี่ยนแปลงหรือสับเปลี่ยนรายการได้ตามความเหมาะสม เมื่อเกิดเหตุสุดวิสัยจนไม่อาจแก้ไขได้ / บริษัทขอสงวนสิทธิ์ที่จะเลื่อนการเดินทางในกรณีที่มีผู้ร่วมคณะไม่ถึง 15 ท่าน / ขอสงวนสิทธิ์ที่จะมีการเปลี่ยนแปลงราคา โดยมิต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้าในกรณีที่มีการขึ้นลงของเงินตราต่างประเทศ / การไม่รับประทานอาหารบางมื้อ ไม่เที่ยวบางรายการ ไม่สามารถขอหักค่าบริการคืนได้ เพราะการชำระค่าทัวร์เป็นไปในลักษณะเหมาจ่าย
บริษัทฯ ขอสงวนสิทธิ์ในการเปลี่ยนแปลงรายการ ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับสภาวะอากาศ การเมือง สายการบิน และราคาอาจเปลี่ยนแปลงได้ตามความเหมาะสม ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับอัตราแลกเปลี่ยนของเงินสกุลเงิน
มารยาทข้อควรปฏิบัติสำหรับนักท่องเที่ยว
1. ไม่ควรใช้มือซ้ายรับส่งของ (เพราะชาวบาหลีถือว่ามือซ้ายใช้สำหรับสุขอนามัยส่วนตัว) และไม่ควรสัมผัสศีรษะผู้อื่น ด้วยการชี้ด้วยมือซ้าย รวมทั้งการกระดิกนิ้วเรียกผู้อื่น ถือว่าไม่สุภาพ ควรใช้การกวักมือโดยค่ำฝ่ามือลงแทน
2. การขอเปล่าๆ มิใช่ธรรมเนียมปฏิบัติของชาวบาหลี หากนักท่องเที่ยวยื่นเงินให้เฉยๆ จะเป็นการสนับสนุนให้มีการ ขอมากขึ้น
3. อย่าต่อราคาหากไม่ตั้งใจจะซื้อสินค้านั้นจริง เพราะเงินเพียงเล็กน้อยสำหรับนักท่องเที่ยวมีค่าต่อการซื้ออาหารประทัง ชีพของชาวบาหลีมาก บางครั้งถ้าราคาสูงขึ้นอีกนิดก็อย่าได้ต่อรองเลย
4. ไม่ควรเผยให้เห็นเงินจำนวนมากในที่ที่ผู้คนมีรายได้ต่ำ จะเหมือนเป็นการอวดร่ำอวดรวย ชาวบาหลีมีความหยิ่งใน ตนเอง และถือว่าการทำเช่นนั้นเป็นการยั่วยุล่อใจ และเป็นการหยามเกียรติ
5. ในกรณีไม่มีการเก็บค่าเข้าชมวัด ก็ควรบริจาคเล็กน้อยตามธรรมเนียม
6. สตรีมีประจำเดือน และผู้มีบาดแผลเลือดออก ห้ามเข้าไปในวัด เพราะโดยทั่วไปถือว่าโลหิตเป็นสิ่งไม่สมควรในเขต ศักดิ์สิทธิ์
7. เวลาถ่ายรูปในวัดห้ามใช้แฟลช และไม่ควรปีนป่ายกำแพงวัดเพื่อหามุมสวย เพราะถือว่าไม่สุภาพและเป็นการดูหมิ่น สถานที่ศักด์สิทธิ์
8. ไม่ควรยืนขณะที่ผู้คนกำลังสวดมนต์ และหากผู้คนคุกเข่าลงขณะที่ขบวนพิธีเคลื่อนผ่านก็ควรทำตาม มิเช่นนั้นก็ควร หลีกให้พ้นจากบริเวณนั้น
9. พิธีกรรมต่างๆถือว่าศักดิ์สิทธิ์ มิได้จัดขึ้นเพื่อให้นักท่องเที่ยวถ่ายรูป ถ้าเป็นไปได้ควรแสดงความเคารพ และไม่ถ่ายรูป ขณะที่มีการประกอบพิธีกรรม
10. การแต่งกาย ควรแต่งให้ถูกกาลเทศะ และสุภาพ โดยเฉพาะในสถานที่ราชการไม่ควรใส่เสื้อกล้าม แขนกุด เสื้อ เปลือยหลังไหล่ กางเกงขาสั้น และกระโปรงสั้น รองเท้าไม่ควรสวมรองเท้าแตะยาง แต่ควรเป็นรองเท้าที่ถอดเข้าออก ได้ง่าย (เพราะหากจะไปเยี่ยมบ้านคนต้องถอดรองเท้าก่อนเข้าบ้านเสมอ ) 11.ทุกคนที่เข้าวัดต้องพันผ้าคาดเอว และนุ่งโสร่งคลุมช่วงขา นักท่องเที่ยว (โดยเฉพาะหญิง) ที่สวมเสื้อเปิดไหล่หรือ หน้าท้องอาจไม่ได้รับอนุญาตให้เข้าวัด ( วัดใหญ่บางแห่งมีผ้าคาดเอว และโสร่งให้เช่าในราคาถูก)
12. ไม่ควรสวมชุดว่ายน้ำออกไปนอกเขตสระว่ายน้ำหรือชายหาด หากจะออกไปต้องสวมเสื้อเสมอ และการเปลือยกาย เล่นน้ำหรืออาบแดดที่นี่ถือเป็นเรื่องอุจาด และผิดกฏหมายด้วย
13. เพื่อความปลอดภัย ไม่ควรตั้งของมีค่าทิ้งเอาไว้ในห้อง ควรเก็บล็อกไว้ในตู้ภายในห้องให้เรียบร้อย หรือฝากไว้ในตู้ เซฟโรงแรม และต้องไปอยู่ในแหล่งชุมชน เช่นที่ตลาด หรือสถานที่ท่องเที่ยวต่างๆ ต้องระวังกระเป๋าถือ และกระเป๋า สตางค์ให้มากเป็นพิเศษ และหากถูกโจรกรรมทรัพย์สินใดๆ ควรแจ้งตำรวจทันที เพราะหากสิ่งที่หายเป็นหนังสือ เดินทางหรือเอกสารทางราชการ แล้วไม่มีบันทึกแจ้งความของเจ้าหน้าที่ตำรวจ จะยากต่อการขอเอกสารใหม่
14. อย่าเก็บหรือถือสัมภาระใดๆให้คนแปลกหน้า เพราะอาจตกเป็นผู้กระทำผิดกฏหมายโดยไม่รู้ตัว และโดยเฉพาะหาก เป็นเรื่องเกี่ยวกับยาเสพติดทุกชนิดแล้ว กฏหมายที่นี่จะมีบทลงโทษที่รุนแรงมาก คือ ผู้เสพ ผู้จำหน่าย หรือซื้อ ต้อง มีโทษจำคุกขั้นหนัก (อาจถึงขั้นประหารชีวิต) และ / หรือเสียค่าปรับมหาศาล
|
| |