EUR09 ออสเตรีย เยอรมัน BAVARIA-TIROL 8 วัน (TG) |
มิวนิค–ปรีน–พระราชวังแฮเรนคิมเซ – เบิร์ชเทสกาเด้น - เบิร์ชเทสกาเด้น – ล่องเรือทะเลสาบโคนิก เที่ยวชมเหมืองเกลือ –ทะเลสาบเซนต์วูลฟ์กัง- เซนต์วูลฟ์กัง – ซาลส์บวร์ก (เดอะซาวด์ออฟมิวสิค) คริสตัลเวิล์ด - อินสบรูก – การ์มิชพาร์เท่น เคียร์เช่น – ยอดเขาชุกสปิตเซ่ – ฟุสเซ่น ปราสาทนอยชวานสไตน์ – โอเบอรามาเกา - โรงเบียร์ฮอฟบราวเฮ้าส์ – นครมิวนิค |
| วันแรก |
กรุงเทพฯ - นครมิวนิค |
| 12.00 น. |
คณะพร้อมกัน ณ สนามบินสุวรรณภูมิ อาคารผู้โดยสารขาออก ชั้น 4 ประตู 2 เคาน์เตอร์ D โดยพบเจ้าหน้าที่พร้อมอำนวยความสะดวกในการเช็คอิน |
| 14.05 น. |
เหิรฟ้าสู่ สนามบินมิวนิค อันทันสมัยของประเทศเยอรมนี โดยเที่ยวบินที่ TG924 (1405-2000) |
| 20.00 น. |
ถึงสนามบินนครมิวนิค ประเทศเยอรมนี หลังผ่านการตรวจคนเข้าเมือง และศุลกากรแล้ว |
| |
ที่พักโรงแรมระดับ 4 ดาว |
| วันที่สอง |
มิวนิค – ปรีน – พระราชวังแฮเรนคิมเซ – เบิร์ชเทสกาเด้น |
| เช้า |
บริการอาหารเช้าที่โรงแรม |
| |
ออกเดินทางสู่หมู่บ้านปรีน ซึ่งเป็นหมู่บ้านที่ใหญ่ที่สุดริมทะเลสาบคีมเซ หรือทะเลสาบบาวาเรีย ตั้งอยู่ใจกลางแคว้นบาวาเรียตอนเหนือระหว่างเมืองมิวนิคและซาลส์ซบวร์ก นำคณะล่องเรือไปยังเกาะแฮเรนอินเซล หรือเกาะผู้ชาย ซึ่งตั้งอยู่กลางทะเลสาบอันเป็นที่ตั้งของปราสาทชื่อก้องโลก “แฮเรนคีมเซ” ของพระเจ้าลุดวิกที่ 2 โดยมีพระประสงค์ให้สร้างเลียนแบบพระราชวังแวร์ซายน์ แต่ให้หรูหราอลังการกว่าด้วยเทคโนโลยีอันทันสมัยในยุคนั้น เที่ยวชมห้องภายในพระราชวังแฮเรนคีมเซ่ ห้องฑูตานุทูต, ห้องทรงงาน, ห้องบรรทม, ห้องเสวย และห้องกระจก ที่ประดับตกแต่งอย่างสง่างามด้วยทอง และแพรพรรณหลากสี แต่น่าเสียดายที่ปราสาทแห่งนี้ยังสร้างไม่เสร็จสมบูรณ์ ด้วยพระเจ้าลุควิกที่ 2 สิ้นพระชมน์ไปก่อน |
| กลางวัน |
บริการอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร |
| |
ได้เวลาเดินทางต่อสู่เมือง เบิร์ชเทสกาเด้น เจ้าของเส้นทางดิอัลไพน์โร้ด เส้นทางเก่าแก่ที่สุดที่นักท่องเที่ยวนิยมใช้ เลาะเลียบเทือกเขาแอลป์ ถูกก่อตั้งขึ้นให้เป็นศูนย์กลางทางการค้าและการสำรวจหาเกลือและสินแร่ เมืองเก่าแห่งนี้เต็มไปด้วยศิลปะการสร้างอาคารในรูปแบบบาวาเรียตอนบน |
| ค่ำ |
บริการอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร |
| |
ที่พักโรงแรมระดับ 4 ดาว |
| วันที่สาม |
เบิร์ชเทสกาเด้น – ล่องเรือทะเลสาบโคนิก – เที่ยวชมเหมืองเกลือ – ทะเลสาบเซนต์วูลฟ์กัง |
| |
บริการอาหารเช้าที่โรงแรม |
| |
นำคณะเที่ยวชมเมืองเบิร์ชเทสกาเด้น เมืองท่องเที่ยวที่สำคัญ 1 ใน 6 เส้นทางของเยอรมนี ที่เรียกขานกันว่า เส้นทางดิอัลไพน์โร้ด ในอดีตเมืองนี้ยังเป็นที่ตั้งของฐานบัญชาการพรรคนาซีใหญ่ ทางตอนใต้สู่ ทะเลสาบกษัตริย์ (Konigsee) ที่มีน้ำใสราวกับมรกต ทะเลสาบแห่งนี้ เป็นดินแดนแห่งฟยอร์ดที่งดงามที่สุดในประเทศเยอรมนี ในเขตเทือกเขาแอลป์ มีแหล่งกำเนิดจากการละลายของกลาเซียบนยอดเขา ตั้งแต่ยุคน้ำแข็ง ก่อให้เกิดทะเลสาบที่งดงาม และความมหัศจรรย์ของฟยอร์ดที่มีอยู่เพียงไม่กี่แห่งในโลก ฟยอร์ดแห่งนี้มีความยาวกว่า 8 กม. กว้างถึง 1,250 เมตร ลึก 190 เมตร และตั้งอยู่บนความสูงกว่า 602 เมตร เหนือระดับน้ำทะเล นำคณะล่องเรือพลังงานไฟฟ้า ที่ถูกสร้างขึ้นเพื่อให้บริการนักท่องเที่ยวมาตั้งแต่ปี ค.ศ.1909 เพื่อไม่เกิดมลภาวะ เรือจะล่องไปชมบรรยากาศแห่งฟยอร์ด จนถึงโบสถ์บาโธโลมิว อันเป็นเสน่ห์ของดินแดนแห่งฟยอร์ดนี้ |
| กลางวัน |
บริการอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร |
| |
นำท่านแวะชม เหมืองเกลือเก่า สร้างตั้งแต่ ค.ศ. 1517 ซึ่งในสมัยโบราณเหมืองเกลือเป็นสถานที่ต้องห้ามของบุคคลทั่วไป เนื่องจากเกลือมีค่าจนได้ชื่อว่าเป็นทองคำขาว แต่ในปัจจุบันได้เปิดให้นักท่องเที่ยวได้เข้า เที่ยวชมภายในที่ยังคงรักษาสภาพเดิมไว้ทุกประการ แต่ต้องสวมชุดคนงานที่มีเตรียมไว้ให้ นั่งรถรางลอดอุโมงค์ยาว 700 เมตร ไปยังถ้ำเกลืออันระยิบระยับ และทะเลสาบใต้ภูเขาที่งดงามด้วยแสงเสียง บรรยากาศราวกับอยู่ในเหมืองจริงเมื่อ 500 ปีก่อน ภายใต้อุณหภูมิ 12 องศาเซลเซียส จากนั้นเดินทางสู่ภูมิภาคซาลส์ซัมเมอกูท ที่มีทะเลสาบเซนต์วูลฟ์กัง เป็นเสน่ห์อันน่าติดตรึง |
| ค่ำ |
บริการอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร |
| |
ที่พักโรงแรมระดับ 4 ดาว |
| วันที่สี่ |
เซนต์วูลฟ์กัง – ซาลส์บวร์ก (เดอะซาวด์ออฟมิวสิค) – คริสตัลเวิล์ด – อินสบรูก |
| เช้า |
บริการอาหารเช้าที่โรงแรม |
| |
รถโค้ชนำคณะเที่ยวชม เมืองซาลส์บวร์ก เมืองที่มีชื่อเสียงจากการใช้สถานที่ต่างๆของเมืองในการถ่ายทำภาพยนตร์ ชื่อก้องโลก “เดอะซาวด์ออฟมิวสิค” เมืองที่แสนโรแมนติก ที่มีทะเลสาบ และภูเขาเป็นฉากสวย ในปีนี้เป็นปีที่ชาวออสเตรียนเฉลิมฉลองครบรอบ 250 ปีของคีตกวีเอกโมสาร์ต เมืองอนุรักษ์ที่ตั้งอยู่สองฝั่งของแม่น้ำซาลซ่า เข้าชม “สวนมิราเบล” ภายในพระราชวังเดิม ที่ตกแต่งพันธุ์ไม้หลากหลายสีสัน ข้ามฝั่งสู่เมืองเก่าที่มีปราสาทโฮเฮนซาลส์บวร์กตั้งเด่นตระหง่านอยู่บนเนินเขา แล้วผ่านไปชมบ้านเกิดคีตกวีเอกของโลกชาวออสเตรียน “โมสาร์ต” ที่สร้างผลงานทางด้านดนตรีไว้อย่างมากมาย ไปชมมหาวิหารประจำเมือง มหาวิหารแห่งซาลส์บวร์กที่สร้างข้นจากความร่ำรวยที่เกิดจากการทำเหมืองเกลือ ถนนเกรไทรเด้ที่มีชื่อเสียง ประดับประดาได้ด้วยป้ายบอกชื่อร้านค้าเป็นเอกลักษณ์อันโดดเด่น |
| กลางวัน |
บริการอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร |
| |
เดินทางสู่ อินสบรูค เมืองหลวงแห่งแคว้นทีโรล เจ้าของดินแดนออสเตรียนแอลป์ นำท่านเข้าชมคริสตัลเวิลด์ อันเกิดจากแนวคิดสะท้อนถึงความยิ่งใหญ่ งดงาม และแพรวพราว ผนังคริสตัลที่ทอดยาวจะนำเข้าสู่ห้องจัดแสดงคริสตัลเวิลด์ จุดเริ่มต้นการเข้าสู่ห้องสมบัติยักษ์ และห้องบทกวีในอากาศ เมื่อเดินข้ามสะพานไปยังห้องการเปลี่ยนแปรรูปลักษณ์ และห้องเครือข่ายโลก ผ่านมิติเข้าสู่ป่าคริสตัล ล้วนแต่ออกแบบโดยศิลปินที่มีชื่อเสียงในยุคนี้ควรค่าแก่การเข้าชม เชิญท่านเลือกซื้อเครื่องแก้วเจียระไนชั้นดีของ Swarofski ที่มีชื่อเสียงที่สุดในออสเตรียและได้รับการยกย่องไปทั่วโลก |
| ค่ำ |
บริการอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร |
| |
ที่พักโรงแรมระดับ 4 ดาว |
| วันที่ห้า |
อินสบรูก – การ์มิชพาร์เท่น เคียร์เช่น – ยอดเขาชุกสปิตเซ่ – ฟุสเซ่น |
| เช้า |
บริการอาหารเช้าที่โรงแรม |
| |
นำคณะเที่ยวชมเมืองอินสบรูคที่ได้รับการกล่าวขานว่างดงามเมืองหนึ่ง ในเทือกเขาแอลป์ แม้แต่ราชสำนักของราชวงศ์ฮัปสบูรก์ที่ยิ่งใหญ่ยังคงสร้างที่พำนักไว้ เสน่ห์ของเมืองอยู่ที่ อาคารหลังคาทองคำ (Goldness Dachl) ที่สร้างขึ้นด้วยความประณีตละเอียดอ่อน และมีอายุเก่าแก่กว่า 500 ปี จนกลายเป็นสัญลักษณ์ของเมือง ประทับใจกับเฮลบลิงเฮ้าส์ (Helblinghaus) ตึกสมัยโกธิคตอนปลายที่มีการเพิ่มศิลปะแบบโรโคโคเข้าไปในศตวรรษที่ 18 ทำให้ดูโดดเด่นและหรูหรายิ่งขึ้น โรงแรมโกลเดนเนอร์แอดเลอร์ สร้างตั้งแต่ค.ศ.ที่ 16 เป็นโรงแรมที่เก่าแก่ที่สุดของเมืองและยังเคยใช้ต้อนรับอะคันตุกะ จากต่างแดนมาแล้วอย่างมากมาย ฮอฟบูรก์ (Hofburg) พระราชวังที่ราชสำนักใช้แปรพระราชฐานในช่วงฤดูหนาว และบันทึกภาพสวยจากอาคารเรอเนสซองส์ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของออสเตรีย ฮอฟเกอเช่(Hofkirche) ที่ถูกสร้างขึ้นในค.ศ.1563 ตามพระประสงค์ของจักรพรรดิแมกซิมิเลี่ยนที่ 1 ตรงข้ามเป็นสวนสาธารณะ (Hofgarten) ให้ความร่มรื่นและงดงามไปด้วยไม้ดอกนานาพันธุ์ ออกเดินทางสู่เมืองการ์มิชพาร์เท่น เคียร์เช่น โดยผ่านเมืองเซเฟลด์ เมืองตากอากาศและแหล่งสกีในฤดูหนาว |
| กลางวัน |
บริการอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร |
| |
นำคณะขึ้นสู่ยอดเขาซุกสปิตเซ่ ซึ่งเป็นยอดเขาที่สูงที่สุดในเยอรมนี ระหว่างทางท่านจะได้ชมวิวทะเลสาบที่อยู่เบื้องล่าง จากนั้นเดินทางขึ้นสู่ยอดเขา เก็บภาพประทับใจ จากจุดชมวิวบนยอดเขาที่สูงที่สุดในเยอรมนี คือ 9,721 ฟุตเหนือระดับน้ำทะเลที่ทำให้เกิดกิจกรรมการท่องเที่ยวได้ทั้งปี เมื่อมองจากยอดเขาจะเห็นทิวทัศน์งดงานกว้างไกล ไปถึง 4 ประเทศด้วยกัน คือ เยอรมนี ออสเตรีย อิตาลี และสวิตเซอร์แลนด์ โดยมียอดเขาที่อยู่เคียงกันอีก 3 ยอด คือ แอล์ป สปิตซ์ (Alpspitz) ครอยเซ็ค (Kreuzeck) และแวงค์ (Wank) ซึ่งล้วนแต่เป็นสวรรค์ของนักเดินทาง แล้วเดินทางต่อสู่เมืองฟุสเซ่น เมืองสุดท้ายบนถนนสายโรแมนติก เคยมีความรุ่งเรืองในอดีตตั้งแต่ยุคโรมัน ที่ใช้เมืองนี้เป็นจุดแวะพักขนถ่ายสินค้าและซื้อขายเกลือมาแต่โบราณ ชมเมืองที่แสนจะน่ารัก มีร้านอาหาร,โรงแรมที่พัก ตลอดจนร้านขายของที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว |
| ค่ำ |
บริการอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร |
| |
ที่พักโรงแรมระดับ 4 ดาว |
| วันที่หก |
ปราสาทนอยชวานสไตน์ – โอเบอรามาเกา – โรงเบียร์ฮอฟบราวเฮ้าส์ – นครมิวนิค |
| เช้า |
บริการอาหารเช้าที่โรงแรม |
| |
เดินทางสู่ หมู่บ้านชวานสเกา อันเป็นที่ตั้งของ ปราสาทแห่งเทพนิยายนอยชวานสไตน์ ปราสาทสวย ที่แม้แต่ราชาการ์ตูนวอลท์ดิสนีย์ยังหลงใหล และนำไปเป็นต้นแบบของปราสาทเจ้าหญิงนิทราในสวนสนุกดิสนีย์แลนด์ บันทึกภาพสวยที่มีปราสาทนอยชวานสไตน์ และปราสาทโฮเฮนชวานสเกาเป็นฉากหลัง กษัตริย์ลุควิคที่ 2 ทรงมีพระประสงค์ที่จะสร้างปราสาท 3 แห่งที่ยิ่งใหญ่อันได้แก่นอยชวานสไตน์, ลินเดอฮอฟ และแฮเรนคิมเซ่ ให้เป็นมรดกอันล้ำค่าแห่งรัฐบาวาเรีย ชมวิวทิวทัศน์อันงดงามของตัวปราสาทที่โดดเด่น และมีทะเลสาบและธารน้ำแข็งล้อมรอบจากสะพานมาเรีย ซึ่งพาดผ่านโตรกผาพอลเล็ท เป็นจุดชมวิวที่งดงามที่สุดของปราสาทที่สร้างบนหน้าผาสูง 200 เมตร ในปี ค.ศ. 1869 โดยคริสเตียน จังค์ ซึ่งเป็นผู้ออกแบบตัวปราสาทภายนอก ให้เหมือนฉากละครในอุปรากรของวากเนอร์ เข้าสู่ภายในตัวปราสาทเพื่อชมความสวยที่ได้รับการตกแต่งอย่างอลังการ ด้วยภาพเขียนเกี่ยวกับเรื่องราวอุปรากรและห้องทรงงาน, ห้องท้องพระโรง, ห้องบรรทม ล้วนแต่งดงามจนยากที่จะพรรณนา |
| กลางวัน |
บริการอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร |
| |
เที่ยวชมเมืองโอเบอรามาเกา เมืองเล็กๆที่แสนจะน่ารัก อาคารบ้านเรือนล้วนประดับไปด้วยภาพเขียนสีเกี่ยวกับคริสต์ศาสนา ร้านรวงล้วนแต่จำหน่ายสินค้าสำหรับศาสนิกชน ก่อนที่จะเดินทางกลับเข้าสู่นครมิวนิค |
| ่ค่ำ |
บริการอาหารค่ำ ณ ภัตตาคารฮอฟบราวเฮ้าส์ โรงเบียร์เก่าแก่ที่มีชื่อเสียงคอยต้อนรับนักท่องเที่ยวที่มาเยือน เลิศรสกับขาหมูเยอรมันต้นตำรับแท้ |
| |
ที่พักโรงแรมระดับ 4 ดาว |
| วันที่เจ็ด |
เที่ยวชมเมืองมิวนิค – เดินทางกลับสู่กรุงเทพฯ |
| เช้า |
บริการอาหารเช้าที่โรงแรม |
| |
นำคณะเที่ยวชมเมืองมิวนิคที่ทันสมัยและสง่างาม ผสมผสานกับขนบธรรมเนียมแบบดั้งเดิม ไปชมโอลิมปิคปาร์ค สนามกีฬาระดับโลกที่ใช้ในการแข่งขันโอลิมปิกเกมส์ในปี 1972 ได้กลายเป็นส่วนหนึ่งของสถานที่ท่องเที่ยวที่น่าสนใจ ใกล้กันเป็นพิพิธภัณฑ์ BMW World รถยนต์หรูที่มีฐานการผลิตในแคว้นนี้ จากนั้นผ่านไปชมพระราชวังนิมเฟนบวร์ก สร้างด้วยสถาปัตยกรรมแบบบาร็อก เพื่อเป็นที่ประทับตากอากาศฤดูร้อน อีกทั้งเป็นที่ประสูติของพระเจ้าลุควิกที่ 2 ผ่านเข้าสู่เขตเมืองเก่าจตุรัสโคนิก ที่ตั้งของอาคารทรงกรีกโบราณที่ปัจจุบันเป็นพิพิธภัณฑ์, ประตูชัย, ย่านมหาวิทยาลัยที่เก่าแก่, หอสมุดแห่งชาติ, โรงละครโอเปร่า, เรสซิเด้นซ์ และภาพของโบสถ์เฟราเอนเคียร์เช หลังคาทรงหัวหอมในสถาปัตยกรรมแบบกอธิค อันเป็นสัญลักษณ์ของมิวนิก เข้าสู่จัตุรัสมาเรียน เขตเมืองเก่าใจกลางเมือง แหล่งรวมห้างสรรพสินค้าอันทันสมัย และนักท่องเที่ยวไม่ควรพลาดที่จะชมตุ๊กตาเต้นรำ ที่ประดับอยู่บนอาคารเทศบาลเมืองเก่าเวลา 11.00 น. ของทุกวัน ได้รับความสนใจจากนักท่องเที่ยวที่มาเยือน ทุกมุมของเมืองมิวนิค ล้วนเกิดขึ้นด้วยฝีมือของกษัตริย์แห่งราชวงศ์วิทเทลสบาคทั้งสิ้น |
| กลางวัน |
บริการอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร |
| |
บ่ายอิสระให้ท่านได้ช้อปปิ้งเป็นการส่งท้าย ในเขตย่านจตุรัสมาเรียนก่อนเดินทางสู่สนามบินเมืองมิวนิค สนามบินที่ทันสมัยและใหม่ที่สุดในเยอรมนี |
| 21.50 น. |
เหิรฟ้าสู่กรุงเทพ ฯ โดยสายการบินไทย เที่ยวบินที่ TG925 (2150-1410+1) |
| วันที่แปด |
กรุงเทพฯ |
| 14.10 น. |
เดินทางกลับถึงสนามบินสุวรรณภูมิ |
| |
|
| |
(หมายเหตุ ทางบริษัทฯ ขอสงวนสิทธิ์ในการปรับเปลี่ยนโปรแกรมเพื่อความเหมาะสมโดยมิได้แจ้งล่วงหน้า โดยจะคำนึงถึงผลประโยชน์ที่นักท่องเที่ยวได้รับเป็นหลักฯ) |
| กำหนดการเดินทาง |
| Code |
Travel Date |
Price |
| EUR_09942 |
04 – 11 ธันวาคม 2552 |
79,900.- |
| EUR_09943 |
11 – 18 ธันวาคม 2552 |
79,900.- |
| EUR_09944 |
18 – 25 ธันวาคม 2552 |
79,900.- |
| EUR_09945 |
25 ธันวาคม 2552 – 1 มกราคม 2553 |
82,900.- *** |
| |
|
|
| |
|
|
| อัตรานี้รวม |
1. ค่าตั๋วเครื่องบินไป-กลับ (Economy Class) ตั๋วกรุ๊ปชั้น Economy Class ต้องเดินทางไปกลับพร้อมกรุ๊ปเท่านั้น ไม่สามารถสะสมไมล์ได้ และสำหรับสมาชิกบัตรทองที่เดินทางโดยบัตรโดยสารกรุ๊ปของสายการบินไทย จะไม่ได้รับสิทธิ์อภินันทนาการอัพเกรดชั้นโดยสาร และไม่ได้รับสิทธิ์พิจารณาการได้รับหรือรักษาสถานภาพบัตรทอง
2. ค่า Tax + Fuel Charged + Insurance (คิดจากอัตรา ณ วันที่ 1 ตุลาคม 2552 หากในวันเดินทางมีการปรับเพิ่มทางบริษัท ขอเรียกเก็บเพิ่มตามความเป็นจริง)
3. ค่าธรรมเนียมวีซ่า พร้อมค่าประกันสุขภาพ
4. ค่าพาหนะนำเที่ยวตามระบุไว้ในรายการ
5. ค่าเข้าชมพระราชวังแฮเรนคีมเซ / ล่องเรือทะเลสาบโคนิก / ค่าเข้าเหมืองเกลือ / ค่าเข้าคริสตัลเวิลด์ / Excursion Trip ยอดเขาชุกสปิตเซ่ / ค่าเข้าชมปราสาทนอยชวานสไตน์
6. ค่าโรงแรมที่พัก (ห้องละ 2 ท่าน) พร้อมอาหารเช้า โรงแรมส่วนใหญ่ในยุโรปจะไม่มีเครื่องปรับอากาศ เนื่องจากอยู่ในแถบที่มีอุณหภูมิต่ำและราคาโรงแรมจะปรับขึ้น 3-4 เท่าตัวหากวันเข้าพักตรงกับงานเทศกาลเทรดแฟร์หรือการประชุมต่างๆ อันเป็นผลที่ทำให้ต้องมีการปรับเปลี่ยนย้ายเมือง โดยคำนึงถึงความเหมาะสมเป็นหลัก
7. ค่าทิปพนักงานขับรถท่องเที่ยวตามโปรแกรมตลอดการเดินทาง
8. ค่าอาหารตามที่ระบุในรายการ คัดสรรเมนูและให้ท่านได้เลิศรสกับอาหารท้องถิ่นในแต่ละประเทศ
9. ค่าบริการนำทัวร์โดยหัวหน้าทัวร์ผู้มีประสบการณ์นำเที่ยวให้ความรู้,สนุกสนาน, และคอยดูแลอำนวยความสะดวก ตลอดการเดินทาง 1 ท่าน
10. ค่าประกันอุบัติเหตุในการเดินทางวงเงินท่านละ 2,000,000 บาท และค่ารักษาพยาบาลอันเนื่องมาจากอุบัติเหตุและการเจ็บป่วยในวงเงินท่านละ 1,500,000 บาท ของ บริษัทนิวแฮมพ์เชอร์ อินชัวรันส์
11. ค่ายกกระเป๋าใบใหญ่ท่านละ 1 ใบ น้ำหนักไม่เกิน 20 กิโลกรัม ส่วนกระเป๋าใบเล็กอยู่ในความดูแลของท่านเองไม่เกิน 7 กิโลกรัม
|
| อัตรานี้ไม่รวม |
1. ค่าภาษีมูลค่าเพิ่ม 7 % และค่าภาษีหัก ณ ที่จ่าย 3 %
2. ค่าดำเนินการทำหนังสือเดินทาง (พาสปอร์ต)
3. ค่าใช้จ่ายส่วนตัว อาทิ ค่าโทรศัพท์ , ค่าซักรีด , ค่าเครื่องดื่มและอาหารนอกเหนือจากที่ระบุในรายการ
4. ค่าอาหารและเครื่องดื่มที่สั่งพิเศษในร้านอาหาร นอกเหนือจากที่บริษัทฯจัดให้ ยกเว้นจะตกลงกันเป็นกรณีพิเศษ
|
เอกสารในการยื่นวีซ่าของประเทศเยอรมัน ใช้เวลายื่นประมาณ 10 วันทำการ |
1. พาสปอร์ตที่ยังไม่หมดอายุ และมีอายุไม่ต่ำกว่า 6 เดือนก่อนวันหมดอายุ หากมีพาสปอร์ตเล่มเก่าไม่ว่าจะเคยมีวีซ่าใน กลุ่มประเทศเชงเก้นหรือไม่ก็ตาม ควรนำไปแสดงด้วยเพื่อเป็นการง่ายต่อการอนุมัติวีซ่า(ในกรณีที่ท่านไม่เคยมีวีซ่า ในกลุ่มเชงเก้นหรือ อเมริกา แคนาดา และอังกฤษ ท่านจะต้องมายื่นวีซ่าด้วยตนเองที่สถานทูต)
2. รูปถ่ายสีขนาด 2 นิ้ว จำนวน 2 ใบ พื้นหลังเป็นสีขาว (ไม่ใช่รูปขาวดำ)ควรมีอายุไม่เกิน 6 เดือน และเหมือนกันทั้ง 2 รูป)
3. สำเนาทะเบียนบ้าน /สำเนาบัตรประชาชน หรือบัตรข้าราชการ /สำเนาใบเปลี่ยนชื่อ-สกุล /สำเนาทะเบียนสมรส,หย่า / สำเนาสูติบัตร ในกรณีอายุไม่ถึง 20 ปีบริบูรณ์
4. หนังสือรับรองการทำงานจากบริษัท/สังกัด ที่ท่านทำงานอยู่ ต้องเป็นภาษาอังกฤษเท่านั้นโดยระบุตำแหน่ง, อัตรา เงินเดือนในปัจจุบัน, วันเดือนปีที่เริ่มทำงานกับบริษัทนี้และช่วงเวลาที่ขอลางานเพื่อเดินทางไปท่องเที่ยว หลังจากนั้น จะกลับมาทำงานตามปกติหลังครบกำหนดลา
5. กรณีที่เป็นเจ้าของกิจการ ขอใบทะเบียนการค้า ,ใบทะเบียนพาณิชย์ และหนังสือรับรองบริษัทที่คัดไว้ไม่เกิน 6 เดือน พร้อมวัตถุประสงค์ หรือใบเสียภาษี และหลักฐานการเงินของบริษัทฯ ย้อนหลัง 6 เดือน
6. หนังสือรับรองจากทางธนาคาร และแนบสำเนาสมุดบัญชีเงินฝากย้อนหลัง 6 เดือนต้องอัพเดทเป็นเดือนปัจจุบัน ควร เลือกเล่มที่มีการเข้าออกของเงินสม่ำเสมอ และมีจำนวนไม่ต่ำกว่า 6 หลัก เพื่อให้เห็นว่ามีฐานะการเงินเพียงพอที่จะ ครอบคลุมกับค่าใช้จ่ายได้อย่างไม่เดือดร้อนเมื่อกลับสู่ภูมิลำเนา ในกรณีที่เดินทางเป็นครอบครัวหากใช้บัญชีใดบัญชี หนึ่งในการยื่นขอวีซ่า ต้องออกหนังสือรับรองค่าใช้จ่ายในครอบครัวด้วย ***สถานฑูตไม่รับบัญชีกระแสรายวัน***
7. กรณีที่บริษัทของท่าน เป็นผู้รับผิดชอบค่าใช้จ่ายในการเดินทางให้กับผู้เดินทางทั้งหมด นอกเหนือจากเอกสารข้อ 1 –6 แล้ว ทางบริษัทจะต้องออกจดหมายอีกหนึ่งฉบับเพื่อแสดงความรับผิดชอบต่อค่าใช้จ่าย และการกลับมาทำงานของท่าน โดยระบุชื่อผู้เดินทางและเหตุผลที่จัดการเดินทางนี้ในจดหมายด้วย 8. กรณีที่เป็นนักเรียน นักศึกษาจะต้องมี หนังสือรับรองจากสถาบันการศึกษา ตัวจริง
9. กรณีที่เด็กอายุต่ำกว่า 20 ปี เดินทางไปกับบิดา หรือมารดา ท่านใดท่านหนึ่ง จะต้องทำจดหมายยินยอม โดยที่บิดา, มารดา จะต้องไปยื่นเรื่องแสดงความจำนงค์ในการอนุญาตให้บุตรเดินทางไปกับอีกท่านหนึ่งได้ ณ ที่ว่าการอำเภอหรือเขต โดยมีนายอำเภอ หรือผู้อำนวยการเขตลงลายมือชื่อ และประทับตรารับรองจากทางราชการอย่างถูกต้อง
10. การบิดเบือนข้อเท็จจริงประการใดก็ตาม อาจจะถูกระงับ มิให้เดินทางเข้าประเทศ เป็นการถาวร และถึงแม้ว่าท่านจะถูกปฏิเสธวีซ่า สถานทูตไม่คืนค่าธรรมเนียมที่ได้ชำระไปแล้ว และหากต้องการขอยื่นคำร้องใหม่ ก็ต้องชำระค่าธรรมเนียมใหม่ทุกครั้ง
11. หากสถานทูตมีการสุ่มเรียกสัมภาษณ์บางท่าน ทางบริษัทฯ ขอความร่วมมือในการเชิญท่านไปสัมภาษณ์ตามนัดหมาย และโปรดแต่งกายสุภาพ ทั้งนี้บริษัทฯ จะส่งเจ้าหน้าที่ไปอำนวยความสะดวก และประสานงานตลอดเวลา และหาก สถานทูตขอเอกสารเพิ่มเติม ทางบริษัทฯ ใคร่ขอรบกวนท่านจัดส่งเอกสารดังกล่าวเช่นกัน
12. กรณีที่ท่านยกเลิกการเดินทางภายหลังจากได้วีซ่าแล้ว ทางบริษัทฯ ขอสงวนสิทธิ์ในการแจ้งสถานฑูต ยกเลิกวีซ่าของ ท่าน เนื่องจากการขอวีซ่าในแต่ละประเทศ จะถูกบันทึกไว้เป็นสถิติในนามของบริษัทฯ เมื่อท่านได้ชำระเงินมัดจำหรือทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นการชำระผ่านตัวแทนของบริษัทฯ หรือชำระโดยตรงกับทางบริษัทฯ ทางบริษัทฯ จะขอถือว่าท่านรับทราบ และยอมรับเงื่อนไขต่าง ๆ ของบริษัทฯ ที่ได้ระบุไว้โดยทั้งหมด
|
| หมายเหตุ |
ทางสถานทูตจะรับพิจารณาวีซ่าเฉพาะที่มีเอกสารพร้อม และมีความประสงค์ที่จะเดินทางไปท่องเที่ยว ยังประเทศตามที่ระบุเท่านั้น การปฏิเสธวีซ่า อันเนื่องมาจากหลักฐานในการขอยื่นวีซ่าปลอม หรือผิดวัตถุประสงค์ในการยื่นขอวีซ่าท่องเที่ยว ทางบริษัทฯ ขอสงวนสิทธิ์ในการคืนเงิน โดยจะหักจากค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นจริง และจะคืนให้ท่านหลังจากทัวร์ออกเดินทางภายใน 20 วัน
|
| |